ทำไมแค่สั่งอะไหล่ต้องให้เลขตัวถัง

ทั้งที่แจ้งรุ่นและปีรถแล้ว ทำไมยังต้องใช้เลขตัวถัง?

เพราะรถรุ่นเดียวกัน ปีเดียวกัน และหน้าตาเหมือนกัน อาจใช้อะไหล่คนละเบอร์

เลขตัวถัง หรือ VIN เปรียบเสมือนเลขประจำตัวของรถ ช่วยให้ร้านตรวจสอบข้อมูลรถได้ละเอียดขึ้น โดยตรวจสอบข้อมูลจากศูนย์รถโดยตรง เช่น รุ่นย่อย เครื่องยนต์ และข้อมูลการผลิต

หาเลขตัวถังได้จากที่ไหน?

เลขตัวถังสามารถหาได้จากป้ายภาษีสีชมพูที่ติดบริเวณกระจกหน้ารถ หรือในเล่มทะเบียนรถ

หากส่งภาพเอกสาร ให้ปิดชื่อ ที่อยู่ เลขบัตร และข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องก่อนส่งให้ทีมงานผ่านช่องทางส่วนตัว

เลขตัวถังช่วยตรวจสอบอะไรได้บ้าง?

  1. รุ่นย่อยและประเภทเครื่องยนต์

    แยกรถน้ำมัน ดีเซล ไฮบริด รวมถึงเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังที่ต่างกัน

  2. เดือนหรือลำดับการผลิต

    รถบางรุ่นมีการเปลี่ยนสเปกหรือเบอร์อะไหล่ระหว่างปีการผลิต แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะเหมือนเดิม

  3. ระบบขับเคลื่อนและอุปกรณ์ประจำรถ

    เช่น ขับเคลื่อนสองล้อหรือสี่ล้อ ระบบเบรก ขนาดจานเบรก จำนวนฟันสปลายน์ และอุปกรณ์ที่ติดตั้งมาจากโรงงาน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่มีในแคตตาล็อกของรถแต่ละรุ่น

  4. เบอร์อะไหล่ในแคตตาล็อกผู้ผลิต

    ช่วยลดความเสี่ยงจากการสั่งผิด ใส่ไม่ได้ ต้องส่งคืน หรือเสียค่าแรงรื้อซ้ำ

ส่วนอะไหล่ตัวถังและชิ้นส่วนภายใน บางยี่ห้อสามารถตรวจสอบรหัสสีหรือรหัสวัสดุจากฐานข้อมูลรถได้ แต่บางรุ่นยังต้องดู “ป้ายรหัสสี” ที่ติดอยู่กับตัวรถเพิ่มเติม

แล้วส่งเลขตัวถังให้ร้านอะไหล่ ปลอดภัยไหม?

โดยทั่วไป เลขตัวถังเพียงอย่างเดียวไม่ใช่รหัสผ่าน และไม่สามารถนำไปถอนเงิน เข้าบัญชีธนาคาร โอนกรรมสิทธิ์รถ หรือปลดล็อกรถได้ทันที อย่างไรก็ตาม เลขตัวถังยังเป็นข้อมูลประจำรถ จึงควรใช้อย่างระมัดระวัง

  • ส่งให้เฉพาะร้านค้า ศูนย์บริการ หรือผู้ขายที่ตรวจสอบตัวตนได้
  • ส่งเฉพาะเลขตัวถัง ไม่จำเป็นต้องส่งรูปเล่มทะเบียนเต็มหน้า
  • หากถ่ายจากเอกสาร ให้ปิดชื่อ ที่อยู่ เลขบัตร และข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง
  • ไม่ควรโพสต์เลขตัวถังเต็ม 17 หลักไว้ในพื้นที่สาธารณะ
  • ห้ามส่ง OTP รหัสธนาคาร สำเนาบัตรประชาชน หรือข้อมูลการชำระเงินให้ผู้ที่ไม่น่าเชื่อถือ

ร้านขอเลขตัวถังเพื่อช่วยตรวจรถให้ถูกคัน และหาอะไหล่ให้ถูกเบอร์ จึงส่งเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นผ่านช่องทางส่วนตัวได้

เตรียมข้อมูลเท่าที่มี แล้วให้ทีมงานช่วยตรวจสอบ

สอบถามผ่าน LINE →